Health

ความสำคัญของการควบคุมอาหาร

ในปัจจุบันนี้ปัญหาสุขภาพเป็นเรื่องใหญ่สำหรับสภาพสังคมในปัจจุบัน เนื่องจากในยุคนี้ชีวิตประจำวันมีความเร่งรีบและต้องแข่งกับเวลาทำให้ความใส่ใจในการเลือกสรรอาหารและการดูแลสุขภาพมีข้อจำกัดทางด้านเวลาอย่างมาก ส่งผลทำให้โรคอ้วนกลายเป็นโรคที่พบได้เพิ่มมากขึ้นในสังคมไทยและพบในทุกช่วงอายุ

การควบคุมอาหาร

การรับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์และอาหารมีคอเลสเตอรอลสูงมากเกินไป ส่งผลทำให้เกิดภาวะโรคอ้วนได้ นอกจากนี้การมีน้ำหนักส่วนเกินเป็นต้นเหตุสำคัญของการเกิดโรคร้ายต่างๆไม่ว่าจะเป็นโรคอ้วน โรคไขมันพอกตับ โรคไขข้ออักเสบ โรคออฟฟิศซินโดรม โรคหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท การควบคุมน้ำหนักจึงเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่สามารถทำให้เราสุขภาพแข็งแรงได้ไม่ยาก การควบคุมน้ำหนักจึงไม่ใช่เพื่อความสวยงามเพียงอย่างเดียวแต่เป็นไปเพื่อสุขภาพที่ดีของตัวเราเอง โดยเห็นได้จากแคมเปญยักษ์ใหญ่ของพี่ตูน Bodyslam ที่รณรงค์ให้ทุกคนหยิบรองเท้าผ้าใบและมีความกล้าใส่ออกมาเพื่อวิ่งออกกำลังกายเป็นวิธีการออกกำลังกายที่ประหยัด สามารถทำได้ง่ายและเมื่อเราวิ่งเป็นประจำจะช่วยทำให้เรามีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง ไม่เกิดอาการเจ็บป่วยได้ง่าย เป็นการช่วยลดภาระของคุณหมอและพยาบาลตามโรงพยาบาลต่างๆที่ในแต่ละวันมีผู้ป่วยเข้ามารักษาจนล้นโรงพยาบาลได้เป็นอย่างดีเพราะฉะนั้นการควบคุมน้ำหนักจึงมีความสำคัญรอบด้าน ต่อสุขภาพร่างกาย ต่อการดำเนินชีวิตและสามารถช่วยเหลือสังคมได้โดยที่คุณไม่รู้ตัว นอกจากเราจะได้สุขภาพร่างกายที่แข็งแรงและห่างไกลจากอาการเจ็บป่วยยังส่งผลทำให้มีรูปร่างที่สมส่วน อวัยวะต่างๆมีความแข็งแรงและดูสวยงาม ได้หุ่นดีไว้อวดโฉมและที่สำคัญส่งผลทำให้เราสามารถสวมใส่เสื้อผ้าออกมาได้อย่างสวยงามและเลือกซื้อเสื้อผ้าได้ตามความต้องการ  หากเรามีน้ำหนักที่เพิ่มมากขึ้นหรืออ้วนจะเกินไปการเลือกซื้อเสื้อผ้าที่เราชอบอาจจะเป็นไปได้ยากเพราะในบางsizeไม่ได้ออกแบบมาสำหรับผู้ที่มีน้ำหนักส่วนเกินหรืออ้วนจนเกินไป หรือแม้บางชุดจะเป็นชุดที่เราชอบแต่ใส่แล้วไม่สวย การแต่งตัวในแต่ละครั้งอาจต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้นและการเลือกซื้อหาเสื้อผ้าก็ทำได้ยากมาก

การควบคุมน้ำหนักไม่ใช่เพียงแค่เพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงของตัวเราเองเท่านั้นยังส่งผลทำให้เราสามารถสวมใส่เสื้อผ้าออกมาได้อย่างสวยงามและยังเป็นการเพิ่มความมั่นใจช่วยเสริมบุคลิกภาพให้เรามีความมั่นใจมากยิ่งขึ้นเพราะฉะนั้นสำหรับใครที่ต้องการมีบุคลิกภาพที่ดีมาพร้อมกับสภาพร่างกายที่แข็งแรงการควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในระดับที่ได้มาตรฐานจึงเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ทุกคนควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษ

Health

ทางเลือกการออกกำลังสำหรับคนที่ไม่มีเวลาเข้าฟิตเนส

alternative work out

ปัจจุบันนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่าการทำงาน และภาระหน้าที่ต่างๆส่งผลให้คนส่วนใหญ่กลายเป็นคนที่ไม่มีเวลาในการดูแลตัวเอง หรือออกกำลังกายด้วยการเข้าฟิตเนส ที่ถึงแม้ว่าใจอยากที่จะไปแค่ไหน แต่บางครั้งก็หาช่วงเวลาที่เหมาะสมยากเย็นเหลือเกิน ยิ่งโดยในยุคนี้เทรนด์สุขภาพและการออกกำลังกายกำลังมาแรง ก็ทำได้แค่มองคนอื่น อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับสุขภาพ รวมไปถึงเทคนิควิธีการต่างๆ ซึ่งต้องบอกเลยว่าถึงแม้ว่าคุณจะไม่ได้ไปฟิตเนสแต่ก็สามารถที่จะออกกำลังกายได้ง่ายๆ แบบคนไม่มีเวลาแต่เห็นผลชัดเจน ด้วยทางเลือกต่อไปนี้

  1. ขึ้นบันไดแทนลิฟต์

กระตุ้นร่างกายให้เคลื่อนไหวด้วยการขึ้นบันไดแทนลิฟต์ให้กลายเป็นกิจวัตรประจำวัน เพื่อที่จะทำให้คุณได้ออกแรง ยืดเส้นยืดสายและเป็นการออกกำลังกายไปในตัว ทำทุกวันบ่อยๆ ก็จะทำให้คุณมีร่างกายที่แข็งแรงเพิ่มอีกนิดอย่างแน่นอน

  1. ทำความสะอาด

ถ้าหากไม่มีเวลาไปออกกำลังกายที่ฟิตเนสก็ลองสละเวลาให้กับตัวเองสัก 5 – 10 นาทีต่อวันในการจัดโต๊ะทำงาน ทำความสะอาดรอบๆพื้นที่ทำงาน หรืออาจจะเป็นการกลับมาจัดห้อง ทำความสะอาดบ้านเสียหน่อย ก็จะช่วยให้คุณได้เหงื่อ และออกแรงเหมือนไปฟิตเนสมากยิ่งขึ้น อีกทั้งบ้านและที่ทำงานยังสะอาดเป็นระเบียบอีกด้วย

  1. ยืดเส้นยืดสายบ้าง

ในช่วงเวลาระหว่างทำงานหรือหลังทานข้าวกลางวันลองลุกขึ้นไปยืดเสียยืดสาย เดินหรือวิ่งเล็กน้อย เพื่อที่จะเป็นการกระตุ้นร่างกาย สดชื่นและกระปรี้กระเปร่ามากขึ้นอีกด้วย

  1. เดินบ่อยๆ

ลองเปลี่ยนจากการขับรถหรือสั่งซื้อมาเป็นการเดินไปเองดีกว่า ไม่ว่าจะเป็นการเดินไปซื้อของกินหน้าปากซอย เดินไปเอาอุปกรณ์ในการทำงานตัวเองหรือการเดินไปซื้อของเล็กๆน้อยๆที่ตลาดแถวบ้าน รวมไปถึงเดินซื้อผลไม้ไว้ทานระหว่างทำงาน เป็นต้น เพื่อที่จะทำให้คุณได้เคลื่อนไหวร่างกายได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

alternative work out

  1. วิ่งออกกำลังกาย

ถ้าหากคุณไม่มีเวลาไปที่ฟิตเนสก็อาจจะลองวิ่งแบบชิวๆที่สวนสาธารณะแถวบ้าน หรือในบริเวณบ้าน ที่ทำงาน เพื่อที่จะทำให้ร่างกายของคุณได้ออกแรงและยืดหยุ่น กระตุ้นกล้ามเนื้อได้ดี สักวันละ 30 นาที ก็ถือว่าใช้ได้แล้ว

การออกกำลังกายเหล่านี้อาจจะไม่ได้ผลดีหรือเรียกเหงื่อเท่ากับไปออกที่ฟิตเนส แต่ถ้าหากทำเป็นประจำทุกวันก็จะช่วยให้ร่างกายของคุณแข็งแรง  ฟิตแอนด์เฟิร์ม กระตุ้นระบบเผาผลาญ เสริมสร้างกล้ามเนื้อ และมีรูปร่างที่ดี สุขภาพที่ดีไม่แพ้การออกกำลังกายที่ฟิตเนสเลยทีเดียว เป็นอีกทางเลือกที่ดีไม่น้อยสำหรับคนไม่มีเวลา

Health

การออกกำลังกายเพื่อให้อายุยืน

เชื่อว่าทุกคนล้วนต้องการที่อยากจะมีอายุที่ยืนนาน มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง สามารถที่จะทำกิจกรรมต่างๆและดำเนินชีวิตได้โดยที่ไม่มีข้อจำกัดของอายุเข้ามาเกี่ยว เพราะยิ่งเวลาผ่านล่วงเลยไป อายุมากขึ้น สุขภาพและร่างกายก็เริ่มมีการเสื่อมสภาพ ก่อให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพขึ้นมากมาย เพราะฉะนั้นคนเราจึงต้องใส่ใจในการดูแลสุขภาพอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเสริมสุขภาพจิตที่ดี การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และให้ตรงเวลา และที่ขาดไม่ได้ก็คือ การออกกำลังกาย

 

การออกกำลังกายได้รับการวิจัยว่ามีส่วนช่วยให้อายุยืนได้อย่างแท้จริง โดยมีผลงานการศึกษาจากทีมนักวิจัย จากสถาบันแห่งชาติสหรัฐเมริกา หรือ U.S. National Cancer Institute( NCI ) เกี่ยวกับการออกกำลังกายของประชากรผู้ใหญ่จำนวน 650 คน โดยการศึกษาค้นพบว่าคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ หรือออกกำลังกายด้วยการเล่นกีฬาในยามว่างนั้น จะมีอายุที่ยืนกว่าคนที่ไม่ออกกำลังกายโดยเฉลี่ยแล้ว 4-5 ปีเลยทีเดียว

 

ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคมะเร็งแห่ง U.S. National Cancer Institute( NCI ) ได้กล่าวว่า การออกกำลังกายนั้นช่วยในเรื่องของการลดระดับความดันโลหิตสูง ความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจและอาการต่างๆ ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด ช่วยส่งเสริมการทำงานต่างๆในร่างกายโดยเฉพาะปอด เรียกได้ว่าเป็นตัวช่วยในฟื้นฟูและบำรุงความแข็งแรงให้กับร่างกาย โดยสามารถเห็นได้ชัดจากระดับอายุขัยที่ยืนขึ้นนั่นเอง ทั้งนี้ทางรัฐบาลของสหรัฐอเมริกาก็ได้มีการแนะนำถึงสุขภาพของคนที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปี – 64 ปีว่า ควรที่จะออกกำลังกายให้ได้อาทิตย์ละ 2 – 2 ชั่วโมงครึ่งในกรณีที่เป็นการออกกำลังกายที่ต้องใช้แรงปานกลาง และการออกกำลังกายในระดับเข้มข้นนั้นจะต้องใช้เวลา 1 ชั่วโมง – 1 ชั่วโมง 15  นาที

 

เพราะฉะนั้นเราจีงควรหันมาใส่ใจและให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายมากยิ่งขึ้น ไม่ใช่แค่จะเดิน หรือขยับแขนไปมาเท่านั้น มาดูเคล็ดลับดีๆกับแนวทางการออกกำลังกายเพื่อให้อายุยืน แบบเห็นผลได้ดีที่สุดกัน

 

  1. ปั่นจักรยาน

กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากเลยทีเดียวสำหรับการปั่นจักรยานที่นอกจากจะช่วยประหยัดพลังงานสิ่งแวดล้อม ประหยัดเงินค่าน้ำรถแล้วยังช่วยในการเสริมสร้างสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง การปั่นจักรยานไปตามสถานที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นปั่นนสวนสาธารณะ ปั่นไปจ่ายตลาด ปั่นไปทำงาน และวัตถุประสงค์อื่นๆมากมาย โดยให้คุณเน้นความเร็วและความตั้งใจในการปั่นเป็นหลัก มีการวิจัยค้นพบว่าการปั่นจักรยานในระดับที่เร็วนั้นสามารถที่มีอายุยืนนานกว่าคนที่ปั่นจักรยานช้าถึง 4-5 ปีเลยทีเดียว

 

  1. ขึ้นลงบันได

คุณรู้หรือไม่ว่าผลงานวิจัยค้นพบว่าคนที่ขึ้นบันไดแทนการขี้นลิฟต์นั้นสามารถช่วยลดโอกาสในการเกิดปัญหาสุขภาพและเสียชีวิตก่อนวัยอันควรได้ถึงร้อยละ 15 อีกทั้งคนที่ขึ้นบันได้มากกว่า 35-40 ขั้นต่ออาทิย์ก็สามารถที่จะช่วยเพิ่มอายุขัยได้มากกว่าคนทั่วไปที่ขึ้นเพียงแค่ 10 ชั้น หรือไม่ขึ้นเลย เพราะฉะนั้นลองปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตมาขึ้นลงบันไดที่จะช่วยทำให้คุณมีสุขภาพที่แข็งแรงและอายุยืนอีกด้วย

การออกกำลังกายเพื่อให้อายุยืน

 

 

 

  1. ออกกำลังกายวันละ 15 นาที

หลายคนมักจะมีความเชื่อว่าจะต้องออกกำลังกายให้ได้วันละ 30 นาที หรือ 1 ชั่วโมง จึงจะสามารถเห็นผลได้ ทั้งนี้ต้องบอกเลยว่าการออกกำลังกายที่แท้จริงนั้น  ใช้เวลาเพียงแค่ 15 นาทีต่อวันก็สามารถที่จะช่วยยืดอายุขัยของคุณได้มากถึง 3 ปีเลยทีเดียว เรียกได้ว่ามีประโยชน์สุดๆเลยทีเดียว

 

  1. ว่ายน้ำ

มีการศึกษาค้นพบว่าคนที่ว่ายน้ำเป็นประจำนั้นจะมีอายุที่ยืนกว่าคนไม่ออกกำลังกายที่อยู่ในวัยเดียวกันถึงร้อยละ 50 และที่สำคัญนักว่ายน้ำส่วนใหญ่จะมีอายุที่ยาวนานกว่าคนที่วิ่งออกกำลังกายอีกด้วย นอกจากนี้การว่ายน้ำยังช่วยในการกระตุ้นระบบหมุนเวียนโลหิตและเสริมสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงมากขึ้นด้วย

 

  1. เดินเร็ว

คุณรู้หรือไม่ว่าเพียงแค่เพิ่มจังหวะการเดินให้เร็วขึ้นนั้น มีผลการวิจัยชี้ว่าสารมารถที่จะมีอายุขัยที่ยาวนานกว่าคนเดินช้า สามารถทำได้ง่ายๆแถมยังมีสุขภาพแข็งแรงอีกด้วยเนื่องจากการเดินเร็วนี้นเป็นเพิ่มความเข้มข้นในการออกกำลังกายให้กับร่างกายเกิดแรงกระตุ้น จึงช่วยทำให้มีชีวิตที่ยืนนานกว่าคนที่เดินแบบเบาๆ โดยถ้าหากคุณเดินเร็วเพียงแค่วันละ 30 นาที 5 วันต่อสัปดาห์ อายุก็จะยืนขึ้นถึง 1.3 – 1.5 ปีเลยทีเดียว เรียกได้ว่าเป็นตัวช่วยที่ดีสำหรับคนที่อยากเริ่มต้นออกกำลังกายเลยทีเดียว

 

 

เรียกได้ว่าการออกกำลังกายให้อายุยืนนั้นทำไม่ยาก และไม่ได้มีกฏเกณฑ์อะไรที่ซับซ้อน ถ้าหากคุณออกกำลังกายตามเคล็ดลับข้างต้นเป็นประจำ ก็สามารถที่จะอายุขัยที่ยาวนานกว่าคนที่ไม่ออกกำลังกายเลยถึง 4-5 ปี เรียกได้ว่าเป็นตัวช่วยในการเสริมสร้างสุขภาพร่างกายที่ดี ไม่ต้องมีปัญหาเรื่องสุขภาพมาทำให้เจ็บปวด ทรมาน คุณจะมีอายุที่ยาวนาน สดใสทั้งร่างกายและจิตใจ พร้อมทั้งยังดูเปล่งปลั่ง เต่งตึงและอ่อนเยาว์อยู่เสมอ เพราะฉะนั้นลุกขึ้นมาออกกำลังกายตั้งแต่วันนี้เพื่อสร้างสิ่งดีๆให้กับตัวคุณให้มีสุขภาพที่แข็งแรงและสามารถอยู่กับคนรอบข้าง ครอบครัวไปได้นานๆตามที่ตนเองต้องการ

Health

3 เคล็ดลับเล่นฟิตเนสอย่างไรให้ได้ผล

3 เคล็ดลับ เล่นฟิตเนส

คุณเคยสังเกตตัวเองไหมคะว่า ช่วงแรกๆ ที่ลองเข้าไปใช้บริการฟิตเนสเซ็นเตอร์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นฟิตเนสแบรนด์ดังหรือฟิตเนสทั่วไป ในตอนแรกเรามักจะกระตือรือร้น ขยันออกกำลังกายและฟิตเล่นเครื่องออกกำลังกายแทบทุกเครื่อง เข้าคลาสแทบทุกคลาสที่มีให้บริการ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความกระตือรือร้นนั้นก็ค่อยๆ หายไปทีละน้อย จนในที่สุดคุณก็อาจจะไม่ได้ไปใช้บริการอีกจนเสียสิทธิ์สมาชิกไปฟรีๆ หรือนานๆ ไปออกกำลังกายที่ฟิตเนสทีจนร่างกายไม่ได้แข็งแรงขึ้นหรือน้ำหนักไม่ได้ลดลงตามที่ตั้งเป้าไว้

นั่นก็เพราะว่าการเล่นฟิตเนสแบบไม่มีจุดหมายที่ชัดเจนหรือการวางแผนที่เหมาะสมนั้น ย่อมทำให้คุณขาดแรงจูงใจและทิศทางที่แน่นอนจนเบื่อการออกกำลังกายไปในที่สุด เพราะฉะนั้นในวันนี้ ใครที่อยากรู้เคล็ดลับว่าจะเล่นฟิตเนสอย่างไรให้ได้ผลดีตามเป้า มีขั้นตอนวางแผนและการปฏิบัติตัวอย่างไรให้เราไปถึงจุดหมายที่เราตั้งไว้ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มกล้ามเนื้อ การลดน้ำหนัก หรือการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ลองมาดู 3 เคล็ดลับที่เรานำมาฝากกันดีกว่าค่ะ

  1. เลือกเครื่องออกกำลังกายที่เหมาะสมกับตัวเรา

สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งของฟิตเนสก็คือมีเครื่องออกกำลังกายหลากหลายแบบไว้รอให้คุณไปใช้บริการ ไม่ว่าจะเป็นลู่วิ่ง สเตปเปอร์ หรือเครื่องยกน้ำหนักต่างๆ ซึ่งเครื่องเล่นแต่ละอย่างก็ให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันออกไป ใครที่เน้นเบิร์นไขมันและต้องการลดน้ำหนัก ควรเลือกเล่นเครื่องเล่นที่เป็นคาร์ดิโอ เช่น ลู่วิ่งหรือปั่นจักรยาน จากนั้นจึงผสมด้วยการยกน้ำหนักบ้างเพื่อให้ร่างกายกระชับ แต่คนที่เน้นปั้นกล้ามอาจโฟกัสไปที่เครื่องยกน้ำหนักมากกว่า

 

ส่วนเทคนิคที่ช่วยให้คุณออกกำลังกายได้นานๆ ตามเวลาที่ตั้งใจไว้โดยที่ไม่เบื่อนั้น ให้ลองพกเครื่องเล่น mp3 หรือสมาร์ทโฟนเข้าไปในฟิตเนสด้วย จากนั้นเรื่องลิสต์เพลงที่ชอบแล้วเปิดระหว่างการออกกำลังกาย เพลงสนุกๆ จังหวะมันส์ๆ จะช่วยให้การออกกำลังกายไม่น่าเบื่ออีกต่อไปค่ะ และที่สำคัญอย่าลืมออกกำลังกายในฟิตเนสแต่ละครั้งเป็นเวลา 30-45 นาทีขึ้นไปด้วยนะคะ เพราะเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายจะเผาผลาญแคลอรี่ได้ดีที่สุด

  1. เลือกเข้าคลาสออกกำลังกายได้อะไรมากกว่าที่คุณคิด

หลายๆ คนที่เล่นฟิตเนสนั้นแทบจะไม่เคยเข้าคลาสออกกำลังกายรูปแบบต่างๆ ที่ทางฟิตเนสเปิดให้บริการ ถึงตอนนี้เราอยากให้คุณลองเปลี่ยนใจแล้วเลือกคลาสที่ชอบสักคลาสดูสิคะ เพราะการเข้าคลาสไปออกกำลังกายร่วมกับคนอื่นๆ มีครูผู้ฝึกที่คอยช่วยกระตุ้นและแก้ไขท่าเวลาเราทำผิด รวมถึงเสียงเพลงประกอบที่เร้าใจ จะทำให้การออกกำลังกายสนุก ไม่น่าเบื่อ แถมยังได้สังคมใหม่ๆ อีกด้วย ใครที่อยากออกกำลังลดน้ำหนักแบบมันส์ๆ ก็ลองเลือกเข้าคลาสเต้นแอโรบิคหรือคลาสแดนซ์แบบต่างๆ ส่วนใครที่โฟกัสไปที่การกระชับหุ่นและผ่อนคลายกล้ามเนื้อ คลาสโยคะและพีลาทิสก็ตอบโจทย์ ลองเลือกคลาสที่เหมาะสมกับความต้องการของคุณดูนะคะ

  1. ปรับพฤติกรรม เอาใจใส่สุขภาพ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

นอกจากการตั้งเป้าว่าเล่นฟิตเนสอย่างไรให้ได้ผลแล้ว การปรับพฤติกรรมของคุณควบคู่กันไปด้วยก็เป็นอีกทางหนึ่งที่ทำให้เราก้าวไปใกล้เป้าหมายที่ตั้งไว้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการนอนหลับอย่างเพียงพอ การดื่มน้ำสะอาดวันละ 8-10 แก้ว (หากใครออกกำลังกายหนักให้ดื่มน้ำเพิ่มขึ้นตามความเหมาะสม) รวมไปถึงการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเลือกทานโปรตีน เพราะเป็นสารอาหารที่สำคัญมากในการสร้างกล้ามเนื้อและทำให้กล้ามเนื้อกระชับทั่วร่าง

และนี่ก็คือ 3 เคล็ดลับ ที่จะมาช่วยให้คุณเล่นฟิตเนสอย่างได้ผล ไม่เกิดอาการเบื่อกลางคันอย่างแน่นอน เพราะเมื่อเรามีเป้าหมายชัดเจนและรู้ว่าต้องทำอย่างไรเพื่อไปให้ถึงจุดหมายนั้น คุณก็จะเลือกปฏิบัติตามแนวทางที่ถูกต้อง จากนั้นเมื่อปฏิบัติได้ถูกและไปออกกำลังกายสม่ำเสมอจนเริ่มเห็นผลที่ชัดเจน กำลังใจและแรงบันดาลใจก็จะไม่มีวันหมด แถมยังช่วยผลักดันให้เราเล่นฟิตเนสต่อไปได้แบบไม่มีเบื่ออีกด้วย รู้แบบนี้แล้วใครที่อยากเล่นฟิตเนสให้ได้ผลแบบไม่ต้องกลัวเปลืองเงินค่าสมัครสมาชิก ลองนำเคล็ดลับทั้ง 3 ข้อไปใช้กันดูนะคะ

Health

อาหารเสริมสำหรับเด็ก ที่จะทำให้ลูกน้อยของคุณมีสุขภาพดี

อาหารเด็กที่ดี เป็นส่วนช่วยในการเจริญเติบโต

อาหารเสริมสำหรับเด็กในปัจจุบันนั้นมีหลากหลายยี่ห้อให้เราได้เลือกซื้อ แต่เราก็อาจจะเกิดความลังเล ไม่แน่ใจว่าจะเลือกซื้ออาหารเสริมแบบไหนให้ลูกน้อยของเราดี ซึ่งเมื่อลูกน้อยของเราอยู่ในวัยแรกเกิดนั้น อาหารที่ดีที่สุดก็คือนมแม่เพราะมีสารอาหารมากกว่า 200 ชนิด จึงเพียงพอแล้วสำหรับทารกแรกเกิดถึง 3 เดือนแต่เมื่อลูกน้อยของคุณเริ่มมีอายุ ครบ 6 เดือนขึ้นไปสารอาหารในนมแม่จะลดน้อยลงจึงไม่เพียงพอ เราจึงควรเสริมด้วยอาหารสำหรับเด็กที่มีสารอาหารครบถ้วนเพื่อให้ลูกน้อย มีร่างกายแข็งแรงมีสุขภาพดีและมีพัฒนาการด้านต่างๆ เหมาะสมตามวัย บทความนี้เราจึงได้ รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับอาหารเสริมสำหรับเด็กที่จะทำให้ลูกน้อยของคุณมีสุขภาพดีมาฝากให้คุณพ่อ คุณแม่ ทั้งหลายได้ลองศึกษาเป็นข้อมูลกันดูนะคะ

อาหารเสริมสำหรับเด็กเป็นสิ่งจำเป็นที่เราควรจะเลือกอย่างพิถีพิถัน เพื่อสุขภาพที่ดีของลูกน้อย โดยในการเลือกอาหารเด็กนั้น เราควรจะเลือกอาหารเสริมที่เหมาะสม กับทารกในวัยต่างๆ ดังนี้ค่ะ

อาหารเสริมสำหรับเด็ก ทารกอายุ 4 – 6 เดือน ในวัยนี้ลูกน้อยของเราจะเริ่มหัดที่จะนั่งได้แล้วล่ะค่ะ สามารถชันคอเองหรือตั้งศีรษะเองได้และเริ่มจะกินอาหารกึ่งแข็ง กึ่งเหลวได้แล้วเราจึงควรเริ่มต้นให้อาหารเสริมโดยให้เด็กได้นั่งรับประทานอาหารเสริมอาหารพวกวิตามินแร่ธาตุที่ร่างกายดูดซึมไปใช้ได้ง่าย โดยทานในมื้อเช้า 1 มื้อ เช่นทานผัก ผลไม้อ่อนๆ หรือจะเป็นน้ำต้มผักบดละเอียดกับผักต้มและข้าวก็ได้ค่ะโดยให้เริ่มทานครั้งละ 1 – 2 ช้อนชาก่อนนะคะดูว่าเด็กทานได้ไหม แล้วค่อยเพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อยๆ ลองป้อนประมาณสัก 7 วัน เมื่อลูกน้อยคุ้นกับน้ำผักผลไม้ชนิดแรกแล้วก็ลองเปลี่ยนเป็นน้ำผลไม้หรือน้ำผักชนิดอื่นๆ ดูค่ะ

อาหารเสริมสำหรับเด็กทารกอายุ 6 – 9 เดือนวัยนี้ลูกน้อยเริ่มใช้มือจับสิ่งของและมีฟันขึ้นซึ่งจะบดเคี้ยวอาหารได้ดีขึ้น จึงสามารถรับประทานอาหารที่ค่อนข้างหยาบมีความแข็งนุ่มแตกต่างกัน เช่น องุ่น มะละกอ เห็ด มะเขือ พริกหยวก ไข่แดง ถั่วเหลือง เต้าหู้และเนื้อสัตว์บดกับข้าวต้มได้แล้วค่ะเด็กวัยนี้ควรทานอาหารให้ครบทั้ง 3 มื้อ เพื่อให้ได้รับปริมาณสารอาหารที่เพียงพอต่อการเจริญเติบโตของเด็กวัยนี้

อาหารเสริมสำหรับเด็กทารกอายุ 10 – 12 เดือน ควรทานอาหารให้ครบทั้ง 3 มื้อ ซึ่งลูกน้อยจะมีฟันขึ้นหลายซี่จึงบดเคี้ยวได้เก่งขึ้น สามารถทานข้าวสวยและอาหารที่หลากหลายได้แล้วแต่ต้องเป็นอาหารที่นิ่มๆ อยู่นะคะ และควรเสริมด้วยวิตามินต่างๆ เช่น เสริมวิตามินซีจากอาหารที่มีรสเปรี้ยวจากผลไม้ตระกูลเบอร์รี่เสริมโปรตีนจากธัญพืช ถั่วบด เนยถั่ว พร้อมผักควรให้ลูกในวัยนี้รับประทานอาหารให้หลากหลายเพื่อให้ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนและเพียงพอต่อความต้องการ

จากข้อมูลที่เรานำมาฝากเบื้อต้นนั้นแรกๆ อาจจะดูยุ่งยากสำหรับ คุณพ่อ คุณแม่ที่ต้องทำงาน ไม่มีเวลาและกังวลว่าจะจัดหาอาหารให้ลูกน้อยให้ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอสำหรับความต้องการการเลือกซื้ออาหารเสริม จึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่สะดวกและมั่นใจได้ว่าลูกน้อยของคุณนั้นจะได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วนแน่นอนค่ะ

ซึ่งเราจะต้องมาทำความเข้าใจ กันก่อนนะคะว่า อาหารเสริมสำหรับเด็กในท้องตลาดนั้น จะมี 2 ประเภท คือประเภทกึ่งสำเร็จรูป ที่ต้องผสมน้ำ หรือต้มให้สุกก่อนและแบบสำเร็จรูปที่พร้อมทานได้ทันที ซึ่งการเลือกซื้อนั้นเราจะต้องอ่านฉลากโภชนาการ สังเกตปริมาณของอาหารที่ให้พลังงาน ใยอาหาร ดูวัตถุดิบสารอาหารที่เป็นโทษ แหล่งผลิตที่น่าเชื่อถือ มีเลขทะเบียน อย. ที่ถูกต้องเหมาะสมกับวัย บรรจุภัณฑ์มีสภาพเรียบร้อยดูวันหมดอายุ และไม่มีสารปรุงแต่งค่ะ อาหารเสริมสำหรับเด็ก บางยี่ห้อ จะมีข้าวและแป้งเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งจะทำให้ลูกน้อยได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วนหรืออาจจะใช้ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากสัตว์ เพราะอาจจะมีผลต่อลูกน้อย เช่น อาจจะมีไขมันอิ่มตัวและอนุมูลอิสระก่อให้เกิดความเสื่อมต่างๆ ต่อร่างกายได้

ดังนั้นเราจึงควรเลือกอาหารเสริมสำหรับเด็กที่ทำจากพืช เช่น ถั่ว ฟักทอง หรือ ผักอื่นๆ ให้สารอาหารที่ครบถ้วนซึ่งผลิตภัณฑ์เหล่านี้อาจจะอยู่ในบรรจุภัณฑ์ชนิดกล่อง มาในรูปแบบของซีเรียล อาหารบด หรือของว่าง ต่างๆ ซึ่งเป็นอาหารจากแหล่งธรรมชาติ ที่ผ่านการแปรรูปอย่างน้อยที่สุด เพื่อให้ลูกน้อย ได้มีสุขภาพดี สมบูรณ์และเติบโตขึ้นอย่างแข็งแรง ในอนาคตค่ะ

Blog, Health

พนักงานสุขภาพดีองค์กรมีสุข

ความเชื่อมโยงระหว่างสุขภาพของพนักงานและศักยภาพขององค์กรนั้นสัมพันธ์กันอย่างไร? ลองคิดเล่น ๆ ว่าหากมีอยู่หนึ่งวันที่พนักงานของคุณลาป่วยเท่ากับว่างานหนึ่งงานต้องหยุดชะงักลง 1 วัน คงพอเห็นภาพกันบ้างแล้วว่า องค์กรที่ยิ่งใหญ่นั้นมีฟันเฟืองหลักคือพนักงานที่ช่วยขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวหน้าและเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาองค์กรของคุณในปัจจุบัน

Cr. Freepik.com

ปัจจุบันหลายบริษัทให้ความสำคัญกับสุขภาพกายและสุขภาพใจของพนักงานด้วยการพยายามสร้าง Happy Workplace สร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีและสร้างความใกล้ชิดระหว่างเพื่อนร่วมงานและเพิ่มความรักต่อองค์กรเพื่อให้พนักงานมีความสุขในการทำงานซึ่งทำให้ผลงานออกมามีคุณภาพไปด้วยและทำให้พนักงานไม่อยากเปลี่ยนงาน

แนวทางการสร้าง Happy workplace เพื่อสร้างเสริมสุขภาวะและคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับพนักงานในองค์กร

  1. ส่งเสริมให้พนักงานออกกำลังกาย หลายบริษัทจัดให้พนักงานออกกำลังกายเบา ๆ ระหว่างการทำงาน วันละ 2 ครั้งเพื่อให้ยืดเส้นยืดสายและผ่อนคลายจากงานที่เคร่งเครียด ในบางองค์กรทำห้องออกกำลังกายสำหรับพนักงานเพื่อให้เข้าไปใช้งานได้หลังเลิกงานด้วยเพื่อส่งเสริมให้พนักงานมีสุขภาพที่ดี
  2. สวัสดิการด้านสุขภาพ ตามกฏหมายแรงงานบังคับให้นายจ้าง ส่งชื่อลูกจ้างและเงินสมทบให้แก่ลูกจ้างตามอัตราที่ประกันสังคมกำหนดเพื่อรับสิทธิรักษาพยาบาลยามเจ็บป่วยและรับสิทธิต่าง ๆ จากประกันสังคม นอกจากนี้อาจมีประกันชีวิตหรือค่าทำฟันเพิ่มเติมแล้วแต่นโยบายของแต่ละบริษัท

Cr. Freepik.com

  1. ตกแต่งที่ทำงานให้กลายเป็นบ้าน ปรับเปลี่ยนสถานที่ทำงานให้มีทัศนียภาพที่สวยงามขึ้นและเลือกเครื่องใช้ในสำนักงานที่คำนึงถึงสุขภาพของพนักงานที่ต้องนั่งทำงานที่โต๊ะเป็นเวลานานมากขึ้น เพื่อส่งเสริมสุขภาพที่ดีให้แก่พนักงาน ถึงแม้ว่าปัจจัยภายนอกอย่างการตกแต่งออฟฟิศจะดูไม่เกี่ยวข้องกับการทำงานสักเท่าไหร่ แต่รู้หรือไม่มีมนุษย์เงินเดือนจำนวนมากที่ต้องล้มป่วยเพราะความเครียดที่เกิดจากการทำงาน บ้างเป็นโรคไมเกรน โรคเส้นเลือดในสมองอุดตัน ความดัน บ้างก็เกิดจากความเครียดที่ทำให้ร่างกายอ่อนแอทำให้ป่วยหนักขึ้นอีก การตกแต่งออฟฟิศให้มีบรรยากาศที่ผ่อนคลายจึงช่วยให้พนักงานรู้สึกผ่อนคลายและเป็นการส่งเสริมสุขภาพอีกทางหนึ่ง
  2. กิจกรรมเชื่อมสัมพันธ์ภายในองค์กร นอกจากสุขภาพกายที่ต้องดูแลแล้ว การมีกิจกรรมผ่อนคลายง่าย ๆ อย่างการรับประทานอาหารร่วมกันหรือเข้าร่วมเล่นเกมส์ชิงรางวัลสนุก ๆ เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนร่วมงานและหัวหน้างานไปจนถึงระดับผู้บริหารจะช่วยให้พนักงานมีความสุข มีสุขภาพจิตที่ดีและยังทำให้ความสัมพันธ์ภายในองค์กรแน่นแฟ้นส่งผลให้การทำงานประสานงานราบรื่นอีกด้วย

การให้ความสำคัญกับสุขภาพของพนักงานนอกจากจะส่งผลดีกับองค์กรในแง่ของบรรยากาศการทำงานแล้วยังช่วยให้งานออกมามีคุณภาพและช่วยให้องค์กรเจริญก้าวหน้าอีกด้วยซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้บริหารองค์กรไม่ควรมองข้าม

Health

เทรนด์ยุคใหม่ธุรกิจเพื่อสุขภาพ

ภาพรวมของผลิตภัณฑ์ที่เกิดใหม่ในตลาดขณะนี้และได้รับการตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่องจากผู้ที่มีกำลังซื้อไม่ว่าจะเป็นวัยทำงานที่ยังหนุ่มสาวและวัยทำงานที่เริ่มก้าวเข้าสู่วัยกลางคนที่มีกำลังซื้อมากกว่าอย่าง “ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ” ที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากไม่ว่าจะเป็นแบบที่เป็นลักษณะอาหาร บริการหรือเครื่องใช้ไฟฟ้า เนื่องจากปัจจุบันเป็นยุคของข้อมูลข่าวสาร มีข้อมูลจำนวนมากไหลผ่านสายตาไปในแต่ละวันรวมถึงบทความเกี่ยวกับสุขภาพที่ทำให้ผู้คนเริ่มตระหนักและใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น โดยเปลี่ยนไปเลือกผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพแทนผลิตภัณฑ์เก่า ๆ ซึ่งผลิตภัณฑ์สุขภาพที่กำลังได้รับความนิยมในขณะนี้ได้แค่

  1. กลุ่มอาหารเสริม ในยุคที่คนหันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น โดยออกกำลังกายและรับประทานอาหารที่มีประโยชน์เพราะเชื่อว่ากันไว้ดีกว่าแก้แน่นอน อาหารเสริมนั้นมาเติมเต็มวิตามินที่เราอาจได้รับไม่เพียงพอจากมื้ออาหารในแต่ละวัน นอกจากนี้ยังมีอาหารเสริมที่มีสรรพคุณเสริมความงามไม่ว่าจะเป็นช่วยลดน้ำหนัก ช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งหรือบำรุงเส้นผมก็ได้รับความนิยมในหมู่ผู้บริโภคทั้งชายและหญิง

Cr. Pexels.com

  1. อาหารคลีน อาหารสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักมีสัดส่วนโภชนาการพอเหมาะพอเจาะสำหรับ 1 มื้อ ไม่มีไขมันส่วนเกินที่ทำให้อ้วนและมีจุดเด่นตรงที่ไม่มีสารปรุงแต่งที่อาจก่อให้เกิดโรคร้ายแก่ร่างกายในอนาคตทำให้อาหารชนิดนี้ได้รับความนิยมในหมู่ผู้รักสุขภาพแม้จะไม่ได้กำลังอยู่ระหว่างลดน้ำหนักก็ตาม
  2. คอร์สออกกำลังกาย นอกจากเรื่องอาหารการกินแล้ว ทุกวัยเริ่มหันมาสนใจการออกกำลังกายกันมากขึ้น รวมถึงการออกกำลังกายเพื่อให้มีรูปร่างที่สวยงาม ทำให้ผู้มีอาชีพเทรนเนอร์เองมีงานไม่ขาดสายในช่วงที่ธุรกิจเพื่อสุขภาพเฟื่องฟูนี้

Cr. Pexels.com

  1. เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้าหลายแบรนด์ต่างนำนวัตกรรมที่ช่วยดูแลสุขภาพผู้ใช้งานขึ้นมาสร้างมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ของตนเอง ยกตัวอย่างเช่น เครื่องปรับอากาศที่มีระบบฟอกอากาศและระบบปรับอุณหภูมิอัตโนมัติที่ช่วยให้คุณเย็นสบายและห่างไกลโรคภูมิแพ้ด้วย เครื่องซักผ้าระบบน้ำร้อนช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เป็นต้น
  2. เครื่องสำอางค์เสริมความงาม เครื่องสำอางค์และครีมบำรุงผิวนั้นเป็นสินค้าที่ขายดีตลอดกาลอยู่แล้วเพราะผู้หญิงส่วนใหญ่ล้วนต้องการดูเยาว์วัยและมีผิวดูสุขภาพดี ในปัจจุบันสินค้าประเภทเครื่องสำอางค์ก็ให้ความสำคัญกับเทรนด์สุขภาพมากขึ้นโดยเริ่มพัฒนาส่วนผสมที่ทำมาจากธรรมชาติแทนที่จะใช้สารเคมีเพื่อผลิตครีมบำรุงผิวเพื่อลดความเสี่ยงจากการสะสมของสารเคมีบนผิวหนัง

Cr. Pexels.com

เทรนด์ธุรกิจสุขภาพนี้คาดว่าจะอยู่กับเราไปอีกหลายปีและมีทิศทางการเจริญเติบโตที่ดีในอนาคต หากใครที่กำลังเมียงมองอยากที่จะลงทุนในธุรกิจด้านสุขภาพล่ะก็ เวลานี้เรียกได้ว่าเหมาะมาก ๆ เลยทีเดียว